เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว

ครูกานท์

 

ได้เคยพูดเรื่องนี้มาหลายครั้ง ทั้งได้สัญจรเป็นวิทยากรให้การเรียนรู้แก่ครูและผู้บริหารการศึกษาในภาครัฐและเอกชนมาเป็นเวลา ๔ ปี อย่างต่อเนื่อง อีกทราบว่ายังมีนักวิชาการท่านอื่นๆ ที่ได้ให้ความใส่ใจร่วมด้วยช่วยครูแก้ปัญหา สพท.ต่างๆ และ สพฐ.ก็มิได้นิ่งนอนใจ แต่ปัญหานี้ก็ยังคงดำรงอยู่เป็นอันมาก

...

สภาพปัญหาที่ยังคงดำรงอยู่มีทั้งที่แจ้งชัดและซ่อนเร้น ที่แจ้งชัดคือครูผู้สอนสามารถบอกได้จากสภาพการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนคนหนึ่งคนใดได้โดยทันที แต่ที่ซ่อนเร้นคือนักเรียนที่ดูเหมือนอ่านได้บ้างแต่เขียนไม่ได้จริงแท้ ต้องทดสอบด้วยการให้ เขียนตามคำบอก จึงจะรู้แน่ชัดว่าเขียนได้หรือไม่ได้ในระดับใด 

...

ทุ่งสักอาศรม ได้จัดทำแบบทดสอบเพื่อการ เขียนตามคำบอก ขึ้น สำหรับให้ครูใช้ทดสอบเขียนตามคำบอกแก่นักเรียนตั้งแต่ ป.๒ ถึง ม.๖ มีจำนวนคำทดสอบรวม ๕๐ คำ เนื้อหาอยู่ในมาตรฐานที่นักเรียนซึ่งผ่านการเรียนจากชั้น ป.๑ อย่างมีคุณภาพจะต้องเขียนได้ไม่น้อยกว่า ๒๕ คำ (หรือ ๕๐%) นั่นหมายความว่า ถ้านักเรียนชั้น ป.๒ ถึง ม.๖ คนใดได้คะแนนน้อยกว่า ๒๕ ให้ถือว่า ไม่ผ่าน จำเป็นต้องดำเนินการสอนแก้ปัญหาต่อไป ข้อทดสอบทั้ง ๕๐ คำมีความครอบคลุมสาระสำคัญต่อไปนี้

          ๑.ครอบคลุมพยัญชนะต้นทั้ง ๓ หมู่ (กลาง-ต่ำ-สูง)

          ๒.ครอบคลุมมาตราสะกด แม่ ก กา แม่กง แม่กน แม่กม แม่เกย แม่เกอว แม่กก แม่กด และ แม่กบ (เฉพาะคำสะกดตรงมาตราเท่านั้น)

          ๓.ครอบคลุมคำควบกล้ำและอักษรนำ

          ๔.ครอบคลุมการผันเสียงวรรณยุกต์ เอก โท ตรี และ จัตวา 

ข้อทดสอบมีดังนี้

คำทดสอบ

          ให้ครูที่ออกเสียงอักขระภาษาไทยชัดเจนเป็นผู้อ่านคำต่อไปนี้ให้นักเรียนฟังคำละ ๒ ครั้ง แล้วให้นักเรียน เขียนตามคำบอก ลงในกระดาษทดสอบ  

          คำที่มีพยางค์มากกว่าหนึ่งซึ่งนักเรียนเขียนถูกไม่ครบ เช่นเขียน ทุ่งแล้ง เป็น ทุ่งแล่ง ถือว่าเขียนถูกครึ่งคำผิดครึ่งคำ อย่างนี้ให้ ครึ่งคะแนน  แต่ถ้าคำใดเขียนถูกเสียงแต่ผิดรูปให้ครูให้คะแนนเต็มไปก่อน เช่นเขียน ข้างล่าง เป็น ค่างล่าง ก็ให้ถือว่าเขียนถูกตามเสียงที่ครูเปล่ง  เรื่องนี้ครูค่อยๆ ฝึกนักเรียนสังเกตจดจำรูปคำที่กำหนดใช้แท้จริงในภายหลัง

          กาแฟ            ทอผ้า           มะลิลา        สึนามิ         อายิโนะ

 

          เตาะแตะ        ฉอเลาะ         เล้าไก่         เข้าถ้ำ           ขยำขยี้

 

          ปิงปอง          โผงผาง         ข้างล่าง      ทุ่งแล้ง          อึ่งอ่าง

 

          ไอโอดีน        ปิ่นโต            เส้นด้าย      เล่นโขน         ฟ้อนรำ

 

          ซุ่มซ่าม         ยิ้มแย้ม          อ่อนน้อม    รอยเท้า         กุ้งฝอย

 

          ผิวขาว          แน่วแน่          ของฝาก      ปึกแผ่น          กุ๊กกิ๊ก

 

          ชอกช้ำ         เจียระไน        เผื่อแผ่         ด้ามมีด           ฮึดสู้

 

      โหดร้าย         หุบเหว           ตะเกียบ      บ่ายเบี่ยง       เลื่อนเวลา

 

          ทะเล่อทะล่า   จดบันทึก       ส้วมซึม       กวยจั๊บ          พริกเผ็ด

 

          รื่นเริง        ปลาบปลื้ม     เคลื่อนคล้อย   หยิ่งผยอง      สลักเสลา

... 

วิธีสอนแก้ปัญหาตามหนังสือ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ของ ศิวกานท์ ปทุมสูติ ได้กำหนดระยะเวลาในการสอนแก้ปัญหานักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.๒ ถึง ม.๖ ที่ไม่ผ่านการทดสอบ ให้ฝึกอ่านเขียนเรียนรู้กับ ครูอาสาแก้ปัญหา วันละ ๑ ชั่วโมง ต่อเนื่องไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๘๕ ชั่วโมง หรือ ๔ เดือน ซึ่งจากการวิจัยและปฏิบัติการในหลายโรงเรียน หลายจังหวัด ได้ผลสัมฤทธิ์ยืนยันว่า หลังจากการดำเนินการสอนตามแบบฝึกที่กำหนด (ในหนังสือ) ครบเต็มเวลาและวิธีการ นักเรียนจะ อ่านออกเขียนได้ ผ่านเกณฑ์ทดสอบทุกคน ยกเว้นนักเรียนที่บกพร่องทางสติปัญญาเท่านั้น  (ดูรายละเอียดต่างๆ ในโพสก่อนหน้านี้...) 

...

สาระสำคัญของเนื้อหาและขั้นตอนในการฝึกนักเรียนให้อ่านออกเขียนได้ตามหนังสือเล่มนี้คือ

เดือนแรก อ่านเขียนแจกลูก แม่ ก กา และผันเสียง ๒๐ ชั่วโมง

เดือนที่สอง อ่านเขียนแจกลูกสะกดคำ แม่กง กน กม เกย เกอว และผันเสียง ๒๕ ชั่วโมง

เดือนที่สาม อ่านเขียนแจกลูกสะกดคำ แม่กก กด กบ ผันเสียง และคำที่สระเปลี่ยนรูป-ลดรูป ๒๐ ชั่วโมง

เดือนที่สี่ อ่านเขียนแจกลูกคำควบกล้ำ คำอักษรนำ ผันเสียง และคำที่มีลักษณะพิเศษต่างๆ ๒๐ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำกระบวนการ แจกลูก สะกดคำ และ ผันเสียง เป็นสำคัญ  เช่น  ตะปู  ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "ต-อะ-ตะ / ป-อู-ปู...ตะปู"  หรือ  แม่  ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า  "ม-แอ-แม / แม่-เอก-แม่"  หรือ  บ้าน  ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า  "บ-อา-บา / บา-น-บาน / บาน-โท-บ้าน"  เป็นต้น  

 

ทักษะการฝึกให้เน้นน้ำหนักเวลาใน ๑ ชั่วโมง ดังนี้

๑.ฝึกเปล่งเสียงอ่านแจกลูก  ๓๐ นาที

๒.ฝึกเขียนคำ  ๑๐  นาที

๓.ฝึกคัดลายมือ  ๑๐ นาที

๔.ฝึกเขียนตามคำบอก  ๑๐ นาที

 

...

โรงเรียนใด หรือ สพท.ใด หรือหน่วยงานการศึกษาใด ที่ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือดำเนินการแล้วแต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผลแท้จริง  สามารถปรึกษาหารือกับผู้เขียนหรือ ทุ่งสักอาศรม ได้ตลอดเวลา โทร. 081-9956016 หรือ Email : tungsakasome@yahoo.com อาจจัดกิจกรรมอบรมครูผู้สอนหรือผู้บริหาร เพื่อจะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้สัมฤทธิ์ผลอย่างจริงแท้ต่อไป...

...

ปัญหาและอุปสรรคนอกจากที่กล่าวแล้วก็คือ
๑.ครูสอนไม่ครบเต็มเวลาที่กำหนด มักมีเหตุแทรกซ้อนเช่น โรงเรียนมักมัวแต่เสียเวลาไปกับกีฬาเกินจำเป็นบ้าง วุ่นวนกับกิจกรรมตามคำสั่งนอกภาระการสอนบ้าง และรวมทั้งครูเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำผลงานทางวิชาการก็ล้วนเป็นเหตุขัดขวางการกระทำเพื่อเด็กๆ อย่างแท้จริง (รู้ๆ กันอยู่ เหมือนน้ำท่วมปาก)
๒.ผู้บริหารโรงเรียนมักไม่ให้ "ไฟเขียว" เรื่องเวลาปฏิบัติและการมาฝึกอ่านเขียนของนักเรียนกับ "ครูอาสา" อย่างจริงจัง โดยอาจให้สอนซ่อนเสริมกันตามอัธยาศัย ช่วงพักเล็กพักน้อย หรือพักกลางวัน หรือก่อนนักเรียนกลับบ้านตอนเย็น รวมๆ แล้วก็คือสอนไม่ต่อเนื่อง ไม่ครบเต็มเวลา และไม่ครบทักษะ (ทั้งหมดที่ให้ไว้ในแบบฝึกของหนังสือ "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว")
๓.ปัญหาในทิศทางความเชื่อของ "วิถีปฏิบัติ" ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการวิ่งตามกระแสทฤษฎีและแนวคิดจากต่างประเทศ จนลืมรากเหง้าภาษาไทย

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เป็นวิธีการแก้ไขที่น่าสนใจมากครับ

Hot!

...

ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาในการอ่านและการเขียนเพื่อสื่อความหมาย ซึ่งเกิดจากความบกพร่องในกระบวนการเรียนรู้ของตัวเด็กเอง เรียกรวมๆ ว่า "ความผิดปกติในการเรียนรู้ - learning disorder" เด็กกลุ่มนี้จะมีความบกพร่องในบางเรื่อง เช่น การเขียน, การอ่าน หรือการคิดคำนวณเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ในขณะที่พัฒนาการด้านอื่นๆ อยู่เกณฑ์ปกติ แต่ที่ผ่านมาการดูแลเด็กกลุ่มนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงเชื่อเหลือเกินว่าแนวคิดของครูกานท์ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ได้อีกมากครับ

#1 By รัตนาดิศร on 2009-05-11 19:50

คิดว่าเป็นหนังสือที่ดีทีเดียวนะ Hot!

เดี๋ยวนี้เด็กไทย อ่านไม่ออก เขียนไม่ค่อยได้
ทั้งๆที่ภาษาไทยเป็นภาษาของเราเองแท้ๆ T^T ช่างน่าเศร้า

#2 By + Lady + LiLiMu + on 2009-05-12 13:48

พ่อกานต์ ดีใจที่พ่อมาเป็นครูในนี้ ^-^
และหาข้อเขียนดีๆมาแนะนำ ลูกๆหลานๆ
Hot!
ดีครับ บทรความนี้ big smile
จริงครับ การเขียนตามคำบอกเป็นอะไรที่ยาก จริงๆ

เพราะบางคำเป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่กลับเขียนกันไม่ถูก ก็มีออกถมเถไป ผมจำได้สมัย ม.3

ในหนังสือเรียนภาษาไทยจะมีคำศัพท์ท่ายบทให้ได้อ่านกัน คุณครูก็จะให้เด็กๆอ่านกันคนละคำ แล้วก็ไปถึงเพื่อนคนหนึ่ง ได้อ่านคำว่า อหิวาตกโลก แต่เค้ากลับอ่านว่า อหิ วา ตก โลก 555+

ผมเลยคิดว่า น่าจะมีการฝึกให้อ่านออกเสียงด้วย พูดคำๆเดียวกันนั่นแหละ ทั้งห้องเลย เสียเวาลา แต่อ่านได้แน่ๆ ถ้าอ่านผิด ก็คงจะจำคำนั้นไปอีกนาน...

#5 By [ พี โพ แคน ] on 2009-05-12 14:10

ปัญหาการศึกษา ปัญหาใหญ่Hot!

#6 By namtansign on 2009-05-12 14:11

Hot! Hot! Hot!

#7 By Kuzaa on 2009-05-12 14:52

ดีมากๆHot!

#8 By miiself on 2009-05-12 14:53

Hot!
ปัญหาทางการศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาอื่นๆอีกมากมาย
ในเวลาเรียน เด็กๆไม่ค่อยได้เรียนหรอกค่ะ
ส่วนมากแล้ว ครูจะให้เด็กมาเรียนพิเศษ แล้ว เก็บเงินค่าเรียนพิเศษ

เฮ้อ ทำไมเป็นยังงี้ก้อไม่รู้ ถ้าไม่ให้ลูกเรียนพิเศษ ก้อตามเด็กคนอื่นเค้าไม่ทัน

อนิจจัง! จะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงดีคะangry smile
อยากให้เด็กไทยเก่งๆและเป็นเด็กดีHot!

#12 By C-C on 2009-05-12 15:16

ข้อสอบพวกนี้ ทดสอบกับเด็กถึงแค่ ม.6 ไม่พอค่ะครู
ต้องทดสอบพวกที่จบปริญญาแล้ว หรือทำงานแล้วด้วย
เพราะคนกลุ่มนี้ ก็มีสถิิติเขียนผิดไม่น้อยเหมือนกัน
Hot! ดีมากค่าา

#14 By DukGaDik on 2009-05-12 16:40

ตอนประถมก็เคยฝึกเหมือนกัน ทั้งอังกฤษ ทั้งไทยเลย
พอมามัธยมไม่ได้เขียนเลยแฮะ -w-'a
โอ๊ะ แต่ตอน ม.5
อาจารย์ภาษาอังกฤษก็ให้เขียนตามคำบอกนะ
อยากบอกว่า ฟังไม่ออกเลยว่าอาจารย์ท่านพูดว่าอะไร -0-
คือพูดเพี้ยนจนไม่สามารถเข้าใจคำที่อาจารย์ให้เขียนได้
แล้วออกเสียงแบบ.........สุดๆอะ

เหอๆ ประสบการณ์ชีวิต (แถมเก็บคะแนนซะด้วยสิ -0-'')
Hot!

#15 By Cat dreams wanna fly. on 2009-05-12 16:52

ปัญหาข้อ 1 นี่ จริงแท้แน่นอนค่ะ

เห็นแล้ว เซ็งจิตทีเดียว เฮ้อ

ดีจังนะคะ ที่มีคนคิดแก้ปัญหาให้เด็ก open-mounthed smile open-mounthed smile Hot!
Hot!

คนคิดวิธีแก้เก่งจัง แต่วิธีปฏิบัตินี่สิ
เห็นชัดเลยตัวปัญหาอยู่ที่ใคร
sad smile

#17 By ไทดี้ on 2009-05-12 18:37

Hot!
ครูที่สอนครบชั่วโมงที่กำหนดจริงๆ
จะมีไหมเนี่ย?
เป็นวิธีที่ดีมากค่ะ Hot!
ตอนเด็กๆ โดนเขียนตามคำบอกบ่อยๆ
แล้วพอโตๆขึ้นมาหน่อย
จะกลายเป็นคำยาก คำที่มักเขียนผิด ประมาณนั้น
แต่ว่า .. บางทีข้างนอกเสียงดัง หรือเจอครูที่พูดไม่ชัด หรือพูดเสียงเบาอ่ะ ฟังยาก ซวยไปเลย sad smile

#19 By fern_sm on 2009-05-12 19:26

ตอนเด็กๆชอบเขียนตามคำบอกมาเลย
เพิ่งรู้ว่าเป็นบททดสอบการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย
หนังสือดีจัง
ช่วยสนับสนุนการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ
อยากให้เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ค่ะ

#20 By ลูกเป็ด on 2009-05-12 20:45

คิดว่าปัญหามันมาจากหลักสูตรประกอบกับครูผู้สอนด้วยค่ะ หลายวิชาที่เคยได้เรียนตอนเด็กๆเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีสอน เช่นวิชาเขียนไทย วิชาการเขียนจดหมาย วิชาคัดไทย เรียงความ ที่รู้เพราะตอนที่ไปฝึกสอน เด็กเขียนจมกันไม่เป็น เขียนเรียงความก็ไม่เป็น ทั้งๆที่อยู่ประถมปลาย ไปเจอเด็กป6 อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้(เด็กขียนเป็นแต่ชื่อตัวเอง เวงจริงๆ) พอดีไม่ได้สอนวิชาหลักค่ะ สอนหมวดสลน.เป็นโรงเรียนในเขตเมืองนะคะ รรเทศบาลเลยล่ะ ครูก้ทุ่มเทนะคะ แบบว่าอาจารย์เค้ามีสอนฟรีกันให้เด็กที่อ่อน(อ.บางคน) แต่เด็กแบบว่าขี้เกียจโคตรๆ

ส่วนตัวคิดว่าด็อกทั้งหลายยิ่งออกแบบหลักสูตร หลักสูตรมันก็ยิ่งห่วย คิดแล้วเหนื่อยใจ

#21 By *~citrus~* on 2009-05-12 21:42

เด็กเมื่ออยู่ในโลกส่วนตัว เค้าก็มักจะใช้ในแบบเดิม คือเอาคำที่ใช้พูดๆๆกันกับเพื่อนมาเขียนแล้วจำแค่สิ่งๆนั้น เลยกลายเป็นติดตัว จะว่าไปมันก็แก้อยาก

เจอบ่อยๆ กับการสื่อสารของน้องๆ ในโลกไซเบอร์

#22 By kerory999 on 2009-05-12 23:11

เดี๋ยวนี้จับเราๆมานั่งเขียนกันก็คงจะเขียนกันไม่ถูกทุกตัวละค่ะ

บั่บว่ามั่ยค่อยดั้ยช้ายก๊อรืมปัยหมุดแร๊ะอ่า sad smile


Hot!

#23 By iDoi* on 2009-05-12 23:38

อาจบทความนี้แล้วอยากจะเล่าถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองเกี่ยวกับการเรียนภาษาไทยให้คนอื่น ๆ ทราบดูบ้างครับ

จำได้เลยว่าตอนสมัยเด็ก ๆ ชั้นประถมต้น ตอนนั้นมีปิดเทอมเล็กประมาณ 1 เดือน ปิดเทอมใหญ่อีกประมาณ 2-3 เดือน ผมจะถูกคุณยาย-ผู้เคยเป็นคุณครูภาษาไทยเก่า-จับมานั่งอยู่หน้าบ้านเป็นเวลา ๆ วันละหลายชั่วโมง เคี่ยวเข็ญสอนภาษาไทยให้ผมทุกวัน

ไล่ไปตั้งแต่พื้นฐานการเขียนตัวอักษรให้ถูกต้อง แม่สะกดต่าง ๆ การผันวรรณยุกต์

แล้วพอภาษาไทยเริ่มคล่อง คุณยายผมก็เริ่มอัพเกรดไปสอนภาษาอังกฤษต่อเลย - -'

ตอนนั้นตามประสาเด็กก็รู้สึกเบื่อมากเพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับการได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านกับเพื่อน ๆ ประจำซอยคนอื่น ๆ

แต่พอมาตอนนี้ก็อดนึกขอบคุณคุณยายของผมไม่ได้ว่าสิ่งที่ท่านทำ ทั้งบังคับ ทั้งเคี่ยวและขู่เข็ญผมในตอนนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งให้ผมประสบความสำเร็จได้ในตอนนี้

ผมเห็นด้วยกับประโยค "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว" มาก ๆ เพียงแต่ต้องอาศัยคุณครที่ทุ่มเท เอาใจใส่อย่างแท้จริง ที่สำคัญคือต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กแต่ละวัยว่าเป็นอย่างไรอีกด้วย ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนให้น่าสนใจ

เชื่อว่าแรก ๆ จะยากหน่อย แต่พอเด็ก ๆ เริ่มทำถูก มีความเชื่อมั่นในตัวเอง จนรู้สึกสนุกกับการอ่าน-เขียนแล้ว...ไปโลดชัวร์ครับ

อ้อ...พ่อแม่ก็มีส่วนมาก ๆ เหมือนกันครับ

#24 By Highwind on 2009-05-13 00:15

น่าสนใจมากเลยครับ big smile

#25 By clock on 2009-05-13 00:35

Hot! ตอนเด็กๆหนูจะเป็นพวกรั้งท้ายตลอดเลย
คือเขียน20คำ ไม่เคยผ่าน10คำสักครั้งนึง อาจเป็นเพราะไม่ใส่ใจด้วยมั้งคะ แต่พอเริ่มเห็นความสำคัญ ก็เริ่มสนใจและใส่ใจมากขึ้น ตอนนี้เลยเขียนถูกเยอะขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะค่ะ
big smile

#26 By ลูกคนโตเอง on 2009-05-13 13:18

จะลองซื้อมาอ่านดูครับ เพราะตอนนี้ น้องผมก็เจอกับปัญหานี้อยู่ครับ

วันนี้ลองเอาแบบทดสอบมาให้ลองทำกันดูเพื่อไขปริศนา
ปริศนาจะเป็น'password' ในการเปิด file ที่ attach มาให้ถ้าตอบถูกจึงจะเปิด file ได้
ยังไงก็ของฝาก blog ไว้นีสสสส์นึงละกันนะ
อ่อออ มีโปรแกรมด้วยนะ
เมื่อไร?
การศึกษาไทยจะพัฒนา

คงต้องพึ่งครูดี ๆ แบบนี้ล่ะครับ

#28 By โกเฮง on 2009-05-13 18:55

โอ้ น่าสนใจมากค่ะbig smile

#29 By (^_^)/nana on 2009-05-14 00:29

ติดดาวเลยครับอย่างนี้ Hot! confused smile

#30 By nora on 2009-05-14 02:17

เรียน ท่านผู้อ่าน
ครูกานท์ได้เพิ่มเติมข้อความในโพสนี้ เพื่อเป็นแนวทางการฝึกเด็กอ่าน-เขียน ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนี้
...
เช่น ตะปู ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "ต-อะ-ตะ / ป-อู-ปู...ตะปู" หรือ แม่ ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "ม-แอ-แม / แม่-เอก-แม่" หรือ บ้าน ให้เปล่งเสียงอ่านแจกลูกว่า "บ-อา-บา / บา-น-บาน / บาน-โท-บ้าน" เป็นต้น


ทักษะการฝึกให้เน้นน้ำหนักเวลาใน ๑ ชั่วโมง ดังนี้

๑.ฝึกเปล่งเสียงอ่านแจกลูก ๓๐ นาที

๒.ฝึกเขียนคำ ๑๐ นาที

๓.ฝึกคัดลายมือ ๑๐ นาที

๔.ฝึกเขียนตามคำบอก ๑๐ นาที

#32 By ครูกานท์ on 2009-05-14 09:04

ปัญหาเด็ก "learning disorder" ที่คุณ "รัตนาดิศร" กล่าว เป็นความห่วงใยที่ไม่ควรมองข้าม การสอนเด็กกลุ่มนี้ มี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติรองรับในมาตรา ๒๔ (๑) คือให้จัดการศึกษาโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก ในทางปฏิบัติที่เปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้เรียนร่วมกับเด็กปกตินั้นค่อนข้างเป็นอุปสรรค ที่เด็กกลุ่มนี้จะเรียนไม่ทันเด็กปกติ ทำให้ครูพะว้าพะวง ยากต่อการจัดกิจกรรมที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน บางครั้งก็อาจทำให้เด็กปกติต้องพลอยไม่ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่จากครูผู้สอนที่ต้องให้เวลากับเด็ก LD ดังนั้นทางที่ดี โรงเรียนควรจัดให้เด็ก LD ได้มีห้องเรียนเฉพาะและครูเฉพาะทางเพื่อช่วยเหลือ ประคับประคองเธอทั้งหลายเหล่านั้นให้มีพัฒนาการเรียนรู้ตามศักยภาพ ซึ่งก็คงไม่ง่ายนักสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนครู หรือมีครูไม่ครบชั้นเรียน กระทรวงศึกษาธิการจะต้องไม่ทอดธุระนะครับ

#33 By ครูกานท์ on 2009-05-14 09:26

ปัญหาที่ "น้องรั่วแห่งชาติ" กล่าวว่า...แม้ผู้จบปริญญาแล้วจำนวนไม่น้อยวันนี้ยังอ่านเขียนไม่ถูกกันมากด้วยนั้น ก็เป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมและมัธยมที่ไม่ถูกต้องแท้ตามวิถีภาษาไทย หรืออาจถูกบ้างผิดบ้างอันเป็นเหตุให้ทักษะไม่สมบูรณ์นั่นเอง ต้องย้อนไปแก้ไขที่ต้นตอของสาเหตุนั่นแหละครับ สำหรับผู้ที่ผิดพลาดมาแล้ว-รู้ตัว ก็น่าจะลองใช้วิธีของคุณ "ลูกคนโตเอง" ดู...ความใสใจ นำคนให้พัฒนาได้เสมอ

#34 By ครูกานท์ on 2009-05-14 09:38

ถ้าเด็กๆ มีคุณยายแบบคุณ "Highwind" ก็ดีสิครับ...นี่แหละครับ "เสรีภาพมิใช่การตามใจ" แม้ว่าครูกานท์จะเห็นดีเห็นงามกับการให้เสรีภาพทางความคิดและจิตวิญญาณแก่เด็กๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าปล่อยให้เสรีภาพและความรักเป็นฆาตกร ต้องแสวงหาจุด "พอดี" ให้เหมาะควรอยู่ตลอดเวลา
...

#35 By ครูกานท์ on 2009-05-14 09:45

ขอบคุณทุกดวงใจ
ที่สวยใสรู้สึกรู้สา
ฝากแฝงแรงปัญญา
นำพารักสู่เรียนรู้
โลกดีกว่านี้แน่
เมื่อพ่อแม่และคุณครู
ใส่ใจจะฟื้นฟู
ลู่วิถี...ที่ผิดธรรม

ครูกานท์
...

#36 By ครูกานท์ on 2009-05-14 09:56

ตอนนี้กำลังทำตามที่ครูกานต์ เขียนในหนังสือ
เด็ก ๆ สนุกกับการเรียนมากขึ้นค่ะ
จะพยายามปลูกต้นกล้าที่กำลังจะโตให้แข็งแรงเป็น
ต้นไม้ให้ร่มเงาแก่ผู้คนต่อไปค่ะ

#37 By ครู กทม. (118.174.173.195) on 2009-05-23 22:10

อยากได้หนังสือค่ะ จะต้องทำยังไงคะ
ได้รับมอบหมายให้สอนชั้นมัธยมต้น แต่เด็กที่จบ ป.๖ อ่านหนังสือไม่ได้ สะกดคำไม่ได้เลยค่ะ รู้พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ แต่ประสมคำไม่ได้
ดิฉันไม่มีพื้นฐานการสอนด้านนี้ แต่อยากให้เด็กอ่านหนังสือออกค่ะ ปัญหาก็เวลาก็มีน้อยอย่างที่ว่าแหละค่ะ งานนอกภาระการสอนเยอะ การสอนจริงๆ ก็ ๒๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ ค่ะ แต่ก็จะพยายามนะคะ

Email: sin_35_@hotmail.com

#38 By ราณี (203.172.199.250) on 2009-06-02 11:36

#39 By (125.24.127.25) on 2009-06-06 18:16

#40 By (118.175.249.7) on 2009-06-09 11:56

ตอบคุณ "ราณี"
ติดต่อเรื่องหนังสือและสอบถามรายละเอียดได้ที่
081-7578854
081-9956016

#41 By ครูกานท์ on 2009-06-10 10:32

หวัดดีคับ

#42 By ภีม (58.147.59.136) on 2009-07-12 09:00

big smile

#43 By (203.172.252.165) on 2009-08-08 10:48

รัก

#44 By (222.123.211.199) on 2009-09-07 15:23

เป็นแนวคิดที่ดีมาก เหมือนเส้นผมบังภูเขา...มีประโยชน์มากๆ ถ้าครูได้ปฏิบัติตามหนังสือเล่มนี้ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วและกำลังนำไปใช้กับนักเรียนในห้องเป็นหนังสือที่ดีมากค่ะ ถ้าครูทุกคนร่วมใจกันเด็กน่าจะอ่านออกเขียนได้ เชื่อว่าครูไทยต้องทำได้open-mounthed smile big smile big smile open-mounthed smile

#46 By kuejume (110.49.22.52) on 2009-10-12 20:00

ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำbig smile

#47 By อัมพิกา (125.27.120.182) on 2010-01-05 09:28

#48 By prapart tabaniyom (118.174.116.91) on 2010-01-24 21:37

confused smile

#49 By บาวา เอรัมย์ (61.19.66.18) on 2010-01-27 11:22

#50 By รสสา ฉอรัมย์ (61.19.66.18) on 2010-01-27 11:46

#51 By ดารานี (61.19.66.190) on 2010-01-27 14:10

คิดว่าเป็นอ่านเเบบนี้บ่อยน่าจะเก่wink tongue open-mounthed smile

#52 By ดารานี (61.19.66.190) on 2010-01-27 14:24